คุณลักษณะและคุณสมบัติของนักสืบ

การเป็นนักสืบนั้นสามารถเป็นได้ทุกคน

การเป็นนักสืบนั้นสามารถเป็นได้ทุกคน

การเป็นนักสืบนั้นสามารถเป็นได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นราษฎรหรือตำรวจทุกชั้นยศ แต่ทุกคนควรรู้ถึงเทคนิควิธีการในการสืบสวน การที่จะเป็นนักสืบที่เก่งหรือที่ดีมีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องที่ยาก ต้องมีความมานะอดทน และใช้ความพยายามสูงบางคดีต้องอดทน บางคดีต้องใช้เวลาสืบสวนหาร่องรอยเป็นระยะเวลานานมาก สำหรับคุณสมบัติของนักสืบที่ดี จึงควรยึดหลักดังนี้

  1. ต้องมีใจรัก

บุคคลที่จะเข้ามาเป็น นักสืบ ที่ดีได้นั้น อันดับแรก คือ ต้องมีใจรักงานสืบสวน กล่าวก็คือ งานใดก็ตามโดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ถ้าได้ทำงานที่ตนเองรัก และชอบแล้วย่อมประสบความสำเร็จ และงานนั้นจะบรรลุผลตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากถูกบังคับให้ทำงานที่ไม่ชอบ และเป็นงานที่ไม่ถนัด และไม่มีใจรักแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในงานนั้น โดยเฉพาะงานด้านการสืบสวน ซึ่งเป็นงานที่จะต้องใช้ความอดทน อดกลั้น และต้องมีความขยันหมั่นเพียร จึงจะทำให้ผลงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ เเละประสบความสำเร็จได้

งานสืบสวนเป็นงานยาก และต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่จะปฏิบัติงานในด้านนี้ คนที่จะมาเป็นนักสืบที่ดีนั้นจะต้องมีความชอบความรัก ความเสียสละเพื่องาน อีกทั้งต้องเต็มไปด้วยความอดทน อดกลั้น ขยัน และมีความกระตือรือร้นในการทำงานอยู่ตลอดเวลา

2. ต้องมีความรอบรู้

นักสืบที่ดีต้องมีความรอบรู้ ดังนี้ ต้องรู้ตัวบทกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง กฎข้อบังคับ ระเบียบงานสารบรรณ ตลอดจนการเขียนรายงานการสืบสวน ต้องมีการศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากปัจจุบันทั้งระเบียบ คำสั่ง และกฎหมายบางอย่างได้เปลี่ยนแปลง แก้ไขใหม่ ถ้ายึดหลักเก่าอยู่ก็อาจจะผิดพลาด และเกิดปัญหากับระบบงาน นำความเสียหายมาสู่หน่วยงานและตนเองได้

อาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย เพื่อประกอบ การสืบสวนคดี ต่าง ๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมายก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่าง ๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้และไม่ได้ รวมไปถึงสามารถรู้ว่าคดีที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่ ดังนั้นนักสืบที่มีประสบการณ์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นความผิดทางอาญาในลักษณะ จำกัด เฉพาะกรณีประเภทของผู้ดูแล

3. ต้องรู้จักวิธีการสืบสวนก่อนเกิดเหตุเป็นอย่างดี

นักสืบที่ดีต้องรู้จักคนทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกประเภท และจะต้องมีการสังเกตจดจำที่ดี การสืบสวนนั้นแม้ว่าความผิดยังไม่เกิด นักสืบต้องเสาะแสวงหา และมีความรู้ถึงข้อมูลต่าง ๆ ให้มากที่สุด เพื่อที่จะใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมได้

ความรู้ทั่วไปในท้องถิ่น ต้องรู้จริงหลับตามองเห็นภาพตรอกซอยต่าง ๆ บ้านบุคคลสำคัญ บ้านนักธุรกิจ บ้านในย่านชุมชนแออัด โดยเฉพาะบ้านในย่านที่มีการกระทำผิดกฎหมาย

ความรู้เกี่ยวกับประวัติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบุคคลต้องหาคดีอาญา หรือบุคคลพ้นโทษ บุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม เจ้ามือสถานบริการ บ่อนการพนัน พวกซื้อของเก่า มือปืน เป็นต้น

4. รู้จักแสวงหาข่าวจากแหล่งข่าวสารจากสถานที่ต่าง ๆ

เช่น ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านตัดผม อู่ซ่อมรถยนต์ต่าง ๆ ไนต์คลับ หญิงบริการ หญิงเสิร์ฟอาหาร พนักงานต้อนรับ ร้านถ่ายรูป ร้านถ่ายเอกสาร พนักงาน กรรมการบริษัทขนส่ง บุรุษไปรษณีย์ เป็นต้น บุคคลเหล่านี้เป็นแหล่งข่าวที่จำเป็นสำหรับงานสืบสวนอย่างมาก จึงต้องรู้จักบุคคลหลากหลายประเภท โดยเฉพาะชาวบ้านต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้น ต้องให้เกียรติและยกย่องผู้อื่น ไม่ดูถูก

5. ต้องมีความรู้เรื่องยุทธวิธีตำรวจ นักสืบที่ดีจะต้องหมั่นฝึกฝน

หาความรู้เรื่องยุทธวิธีตำรวจทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นยุทธวิธีการปิดล้อม การตรวจค้น การจับกุม การใช้อาวุธ และควรศึกษาข้อมูลของคนร้ายให้ดีก่อนว่าเป็นคนร้ายประเภทใด เมายาบ้า บ้าคลั่ง จับตัวประกัน หรือมือปืนรับจ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้ในการตัดสินใจของนักสืบว่าจะต้องใช้วิธีใดเข้าทำการจับกุม เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

6. ต้องมีความริเริ่ม

นักสืบที่ดีจะต้องมีความคิดริเริ่มหาแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนางานสืบสวนให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงควรดำเนินการดังนี้

    • ปรับปรุงตัวบุคคลฝ่ายสืบสวนให้มีจำนวนเพียงพอ และมีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ ได้รับการฝึกอบรมให้ทันต่อวิทยาการตำรวจแผนใหม่ซึ่งมีการพัฒนาก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา
    • ปรับปรุงพัฒนาการเก็บข้อมูลทะเบียน ประวัติอาชญากรรมต่าง ๆ ภาพถ่ายคนร้ายและข้อมูลท้องถิ่นทุกระดับ ให้มีระบบการเก็บรวบรวมที่มีประสิทธิภาพ มีการแยกแยะประเภทของการกระทำความผิด ง่ายต่อการค้นหาเมื่อต้องการ และให้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ประสานงานกันระหว่างหน่วยงานเสมอ
    • นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสืบสวน เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องซีซีทีวี เครื่องถ่ายวีดีโอ โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป เป็นต้น
7. ต้องมีความรวดเร็ว

นักสืบที่ดีจะต้องยึดหลัก รุกรบ รวดเร็ว ทันทีทันใด เมื่อมีเหตุหรือคดีเกิดขึ้น จะต้องปฏิบัติดังนี้

    • ต้องรีบไปที่เกิดเหตุโดยทันที เพราะถ้าคนร้ายหลบหนีไปไม่ไกล สามารถติดตามจับกุมได้ทัน หรือถ้าคนร้ายหลบหนีไปแล้ว ก็จะพบเห็นพยานหลักฐานได้มากที่สุด และทำให้ชาวบ้านเชื่อถือว่าตำรวจให้ความสนใจ และอาจพบปะพยานที่เห็นเหตุการณ์อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ
    • ต้องรักษาสถานที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
    • พยายามตรวจค้นที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงให้ละเอียด เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้
    • สอบถามเจ้าของบ้านและพยานที่เกิดเหตุ เพื่อหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้มากที่สุด สำหรับใช้เป็นแนวทางในการสืบสวน
8. รอบคอบ
    • ผู้สืบสวนจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การติดตามจับกุมคนร้าย การหาข่าว การสังเกตจดจำ มีไหวพริบปฏิภาณในการทำงาน ไม่ตกใจง่าย ไม่ประมาท กระทำการใดๆ ด้วยปัญญา ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมการณ์ที่ดี ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า และต้องวางแผนภายในขีดจำกัดของหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด
9. รู้จักสังเกต สิ่งต่างๆ รอบตัว

การสังเกตจดจำคนที่ใบหน้านั้นเป็นสิ่งปกติวิสัยของคนธรรมดาสามัญทั่วไป แต่สำหรับ นักสืบเเล้วอันดับแรกเมื่อต้องการจะจดจำบุคคลจะมอง สิ่งที่นักสืบต้องสังเกต โดยทั่วไปมีดังนี้

– ที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
– เครื่องประดับ เมื่อสังเกตจดจำสิ่งเหล่านี้ได้แล้วจึงมาสังเกตจดจำใบหน้าต่อไป
– เพราะใบหน้าอาจถูกอำพรางได้หลายวิธี เช่น ใส่แว่น เปลี่ยนทรงผม ไว้นวดเครา
– ส่วนลักษณะนิสัยของคนนั้นบางทีมันบ่งบอกได้จากการแต่งเนื้อแต่งแต่งตัว และการเลือกใช้เครื่องประดับ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล

นักสืบ ต้องรู้จักสังเกตลักษณะของบุคคล

เรื่องของลักษณะของบุคคลสำหรับนักสืบ นั้นต้องมีการสังเกตในสิ่งต่างๆ ของบุคคล หลายๆ อย่าง ดังนี้

1. จดจำลักษณะเด่น เช่น มีจมูกโด่งมาก ผมดำสลวย ใบหน้ารูปไข่ ท่าทางสง่าผ่าเผย เมื่อพบเห็นที่ใดๆ ก็จำได้ง่าย (ระวังเป้าหมายผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใบหน้านะ)

2. จดจำลักษณะที่แตกต่าง เป็นการสังเกตลักษณะที่ทำให้บุคคลนั้นแตกต่างจากบุคคลอื่น โดยอาจไม่ใช่ลักษณะเด่นก็ได้ เช่นตาบอด มีแผลเป็นที่แก้ม มือด้วน ขาเป๋ สวมนาฬิกาข้างไหน สายหนัง สายเหล็ก สีอะไร เป็นต้น

นอกจาก นักสืบ จะสังเกตใบหน้าแล้วลักษณะทั่วๆ ไปก็ควรละเลย เช่น พวกรอยแผลเป็น หรือตำหนิที่เห็น เด่นชัด หรืออาจจะต้องสังเกตไปถึงลักษณะที่เกิดขึ้นเฉพาะตัว เช่น พูดติดอ่าง พูดสำเนียงแปร่ง เวลาพูดชอบเสยผม ชอบเสยผม ชอบป้องปาก ชอบก้มหน้า เงยหน้า เดินเชิดหน้า เดินก้มหน้า ฯลฯ และลักษณะของการแต่งกายบางครั้งหากเราสังเกตจะช่วย
ให้จำแนกได้คร่าวๆ ว่าบุคคลผู้นั้นมีฐานะความเป็นอยู่เช่นไร ประกอบอาชีพอะไร

9. รับผิดชอบ

นักสืบที่ดีจะต้องรับผิดชอบต่อตนเอง เช่น มีความซื่อสัตย์ ไม่มีนิสัยคดโกง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ไม่เล่นการพนัน ไม่ประพฤติผิดศีลธรรม ไม่ผิดลูกเมียผู้อื่น ไม่พูดจาโกหก รับผิดชอบต่องาน เช่น มีการรายงานผลการปฏิบัติ ไม่ทิ้งงานกลางคันโดยไม่มีเหตุผล รักษาความลับของหน่วย มีความจริงใจต่องาน และเพื่อนร่วมงาน และรับผิดชอบต่อส่วนรวม เช่น มีความสามัคคีในหมู่คณะช่วยเพื่อนทำงาน ไม่เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เป็นต้น

10.ไร้ร่องรอย

นักสืบที่ดีต้องทำงานโดยไร้ร่องรอย ทั้งก่อนหน้าและหลังทำงาน แล้วต้องวางแผนในการสืบสวนให้รอบคอบ

ก่อนทำงาน ต้องมีการพรางตัวหรือปลอมตัวเข้าไปปฏิบัติงานโดยไม่ให้ผู้ใดเห็นร่องรอยว่ามาทำอะไร ที่ใด เพื่อเข้ากับประชาชนและท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน

หลังทำงาน ต้องปกปิดมิให้ผู้ใดรู้ว่าเป็นตำรวจหรือสายสืบเข้าไปหาข่าว เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ที่เราเข้าไปขอข่าว

11.เรื่องร่างกาย

นักสืบที่ดีจะต้องมีการฝึกฝน ออกกำลังกาย เตรียมพร้อมในเรื่องกำลังที่จะทำงานได้ทุกสถานการณ์ มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน โดยเฉพาะการติดตามจับกุมคนร้ายในพื้นที่ทุรกันดารหรือพื้นที่ป่า

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป ความผิดต่อเสรีภาพ คืออะไร

Send your Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *