Born on the fourth of july

Born on the fourth of july

Born on the fourth of july

Born on the fourth of july ความเป็นจริงจากชีวิตทหารที่เคยออกรบเวียตนาม

ประเด็นนี้ ออกฉาย ตั้งแต่ ปี 1989 กำกับโดย โอลิเวอร์ สโตน นำแสดงโดย ทอม ครูซ

เป็นหนัง ที่ดัดแปลงแก่ไข มาจาก หนังสือชีวิต เรื่องราวของ รอนโควิก อดีตกาล ทหารที่เคยออกรบ เวียตนาม ซึ่ง ถัดมา ได้ แปลงเป็น นัก

ต้านการสู้รบ และก็เขากำเนิด ในวันที่ 4 กรกฎา ซึ่งเป็นวันชาติ ของอเมริกาพอดี

หนังเล่า ตั้งแต่ ชีวิตวัยเด็ก ของ โควิก ตามประสาเด็กๆ ที่ ถูกใจ เล่นเป็น ทหาร กัน ตอนวัน ชาติ ของ อเมริกา มีขบวน ฉลอง แล้วก็มี ท

หานที่เคยผ่านการรบ ร่วม ขบวน เป็น ภาพ ที่ ฝั่งใจ เขา ต้องการ เป็น วีรบุรุษแบบ ทหานที่เคยผ่านการรบ พวกนั้น บ้าง เมื่อไปสู่ตอน วัย

ศึกษา เขาเป็น นักกีฬา มวยปล้ำของ รร. ตั้งอกตั้งใจ ซ้อมตามประสา วัยรุ่น ที่ต้องการเก่งต้องการดัง พอเพียง ใกล้ สำเร็จการศึกษา รร.

นายทหารส่ง ทหารมา แนะแนว การเรียนรู้ต่อ ที่ รร. นายทหาร และก็แน่ๆ ลูกผู้ชาย แบบ เขา ไม่ พลาด อยู่ แล้ว ที่จะ เลือก ทาง ชีวิตนี้

แล้วหลังจากนั้น หนัง ตัด มา เป็นตอนๆ เขา ถูก ส่งไป เวียตนาม เลย ในบท แปลภาษาไทย กล่าวว่า เขา เป็น แค่นาย ทหาร ชั้น ประ ทวน

แต่ว่าจริงๆ เขา เป็นนายร้อย นย. รวมทั้งดูเหมือนจะ ผิด ดวง กับ การ เป็นทหาร เขาจำเป็นต้องเจอ กับเรื่องเลวร้าย สำหรับเพื่อการ เป็น

ทหารทั้งยัง การฆ่า กลุ่ม ราษฎรเวียตนาม ที่ บริสุทธิ์ การ ยิง เพื่อนฝูง ทหารร่วมกัน เองตายใน ระหว่าง การเผชิญหน้า รวมทั้ง ที่ เลว สุด

เป็นเขา ได้รับบาดเจ็บ จากการรบ จนถึง เป็น อัมพาต ตั้งแต่ตอนล่างลงไป

>>> ดูหนังซับไทย <<<

ช่วงอยู่ใน รพ. ทหารผ่านศึกดูแล้วน่าตกใจว่ารพ. ทหารผ่านศึกอเมริกาทำไมแย่ถึงขนาดนั้น ทั้งสกปรก เครื่องไม้เครื่องมือก็ขาดแคลน

ทหารที่ป่วยก็แอบเสพยาเสพติดกัน มีพยาบาลขายตัวให้กับทหารที่ป่วย พวกพลเปลแอบเล่นการพนันกันไม่ใส่ใจดูแลผู้ป่วย

แต่โควิก ยังไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต ยังมุ่งมั่นที่จะเดินให้ได้และรักต่อประเทศชาติไม่เปลี่ยนแปลง่ ต่อมาเขาก็เดินได้ โดยใช้ไม้เท้าทั้งสอง

ข้างแทนขา แต่น่าเสียดายที่เขาใจร้อนไป เลยพลาดล้มขาหักซ้ำอีก หมดสิทธิ์ที่จะเดินได้ ต้องนั่งรถเข็นอย่างเดียว

เมื่อเขากลับบ้าน ต้องพบกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปมาก เป็นช่วงยุคของฮิปปิ้และการต่อต้านสงครามเวียตนาม ในวันที่ 4 กรกฎา ซึ่งเป็นวัน

ชาติเขาได้ร่วมขบวนแห่ของเมืองในฐาน:วีรบุรุษ แต่ไม่ได้รับการชื่นชมอย่างที่เขาเคยเห็นในตอนเด็กๆ ผู้คนบางส่วนโห่ไล่ประท้วงสงคราม

กัน ภายในครอบครัวเขาเริ่มทะเลาะกับน้องชายที่เข้าร่วมการประท้วงสงคราม ในขณะที่เขาเอาแต่พูดถึงเรื่องการรักชาติเสียสละ “ถ้าไม่รัก

ชาติก็ออกไปจากประเทศนี้” (ประโยคนี้คุ้นๆ กับการเมืองไทยช่วงนี้) ส่วนน้องชายเขาก็อธิบายเหตุผลของการประท้วงว่าไม่อยากให้ส่งคน

อเมริกาไปรบให้เสียเลือดเนื้อ ไปรบ แล้วต้องกลับมาแบบสภาพพี่ชายเขาอย่างนั้นหรือ

ชีวิตเขาเริ่มแย่ลง เที่ยวเตร่เมามาย รู้สึกว่าไม่มีใครเห็นค่า อยากได้ร่างกายกลับคืนมาเป็นปกติ จนเริ่มทะเลามีเรื่องไปเรื่อย ช่วงนี้น่าเห็นใจ

บทบาทของพ่อเขามาก ที่ไม่เคยปริปากว่าและพร้อมดูแลลูกชายทุกอย่าง ไม่เหมือนกับแม่ของเขาที่ดูเหมือนจะยอมรับสภาพเขาไม่ได้ ทั้งที่

เคยส่งเสริมผลักดันเขามาตลอดตั้งแต่เด็กให้ทะเยอทะยานช่วงนี้ผมชอบฉากที่ทหารนาวิกโยธินคนหนึ่งพูดกับเขาว่าไปรบพิการกลับมาต้อง

นั่งรถเข็นใช่ว่าจะมาเรียกร้องให้คนสงสารเห็นใจ เราเป็นนาวิกโยธินต้องหยิ่งสู้ชีวิตเข้าไว้

เขาเปลี่ยนบรรยากาศชีวิตไปเที่ยวเม็กซิโก ที่รวมของเหล่าทหารผ่านศึกพิการ นอนกับหญิงบริการ(ก่อนหน้าเขายังไม่เคยนอนกับผู้หญิง

เลย) เขานึกว่าเธอจะรับสภาพเขาได้ แต่ก็ผิดถนัดพวกหญิงบริการทำเพื่อเงินเท่านั้น ไม่ได้รักเขาจริง เขาเมาหนักมากขึ้น ทะเลาะกับเพื่อน

ทหารที่นั้งรถเข็นด้วยกัน จนคิดได้ว่าทำไมมาปล่อยชีวิตให้แยขนาดนี้ เขาเริ่มชีวิตใหม่ โดยไปขอโทษต่อพ่อแม่และภรรยาของทหารที่เขา

ยิงจนเสียชีวิต และร่วมขบวนการประท้วงสงครามเวียตนามในสมัยประธานาธิบดีนิกสัน

ฉากจบเขาได้รับการให้ขึ้นปราศรัยต่อต้านสงครามต่อหน้าฝูงชนเรื่องนี้ผมดูตั้งแต่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ส่วนดีวีดี ตอนนี้หายากหน่อย

ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ในวันที่ 4 ก,ค, ที่ผ่านมา แต่ไม่ทัน

หนังสือชีวประวัติของเขามีการแปลเป็นภาษาไทย ผมเคยซื้อเก็บไว้ แต่ลอยไปกับน้ำช่วงหลายปีก่อนที่น้ำท่วมหนักทั่วประเทศช่วงสงคราม

อิรักครั้งแรก โควิก ออกโรงประท้วงสงครามเต็มที่เพราะกลัวจะซ้ำรอยกับสงครามเวียตนาม แต่ผิดคาด สงครามสมัยใหม่เปลี่ยนรูปแบบการ

รบไป ทหารอเมริกาเสียชีวิตไม่กี่คนเองเรื่องนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่อยากเป็นทหารนะครับ ว่าชีวิตทหารจะไม่ใช่ สมเครื่องแบบเท่ห์

หรือไปรบเป็นฮีโร่ กลับมาได้มีอำนาจเป็นใหญ่เป็นโต ถ้าต้องไปเจอกับสภาพแบบนี้จะยังรักชาติกันอยู่ไหม

เคยได้ยินเรื่องว่ามีทหารไทยคนหนึ่ง ไปรบขาขาดกลับมา ใส่ขาเทียมขี่มอเตอร์ไซด์ส่งของเลี้ยงชีพ วันหนึ่งโดนรถเฉี่ยวล้มที่สี่แยก คนมา

มุงดูแล้วก็หัวเราะขำกัน นี่แหละครับชีวิตผู้เสียสละ

ส่วนเพื่อนผมอีกคนได้เป็นนายทหารจบจาก รร.นายทหารที่ทุกคนอยากเข้า แต่เป็นอะไรที่เพื่อนทุกคนถามว่า ข้าศึกมาจะไว้ใจได้ไหม ส่วน

ผมสภาพร่างกายไม่อำนวยเกณฑ์ทหารเขาก็ไม่เอา พอร่างกายดีไปสมัครทหารพรานก็ไม่ได้อีก ทุกวันนี้เลยวัยได้แต่นั่งทำใจ หนทางที่เรา

จะช่วยเหลือประเทศชาติยังมีอีกหลายทาง

อีกประเด็นของหนังคือ สงครามไหนที่ควรส่งทหารไปรบ และรบด้วยวิธีแบบไหน เหมือนอย่างเช่นสงครามเวียตนามทำไมคนอเมริกัน

ประท้วงต่อต้าน แต่สงครามอิรักกลับไม่มีคนต่อต้านสักเท่าไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *