ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 202 จุด รับข่าว “เพโลซี” ตั้งคณะตรวจสอบเหตุม็อบบุกสภา

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 202 จุด รับข่าว “เพโลซี” ตั้งคณะตรวจสอบเหตุม็อบบุกสภา

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในวันนี้ หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐเปิดเผยว่า สภาคองเกรสจะจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นในอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ปีนี้ โดยคณะกรรมการดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายกับคณะกรรมการที่ทำการตรวจสอบเหตุการณ์ 9/11 หรือเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดของสหรัฐเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ปี 2544

ณ เวลา 07.44 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 202 จุด หรือ 0.64% แตะที่ 31,599 จุด

นางเพโลซีกล่าวว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะทำการ “ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริง รวมทั้งสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 ซึ่งมีประชาชนกลุ่มหนึ่งได้บุกเข้าไปโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐ โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นการก่อการร้ายภายในประเทศ นอกจากนี้ คณะกรรมการจะทำการตรวจสอบเรื่องการแทรกแซงการถ่ายโอนอำนาจประธานาธิบดีด้วย”

ทั้งนี้ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นจากข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่นให้กลุ่มผู้สนับสนุนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. สภาคองเกรสได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุดังกล่าว ufabet

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส (Dow Jones Index Futures) คืออะไร? มีเทคนิคเทรดอย่างไร?

หากท่านกำลังสนใจการเทรดที่มีกระแสนิยมมาแรงสุดๆ อย่าง Dow Jones Index Futures แล้วล่ะก็ รีบเข้ามาอ่านด่วน! เพราะบทความนี้จะพาเทรดเดอร์ทุกท่านไปทำความเข้าใจ DJI futures ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อค้นหาความหมายว่า DJI futures คืออะไร, จะเทรด DJI index futures อย่างไร และทำไมจึงควรเลือกเทรด DJI index futures รวมไปถึงตัวอย่างและเทคนิคแบบเชี่ยวชาญ ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในการเทรด DJI futures

DJI Index Futures คืออะไร?

Dow Jones Index Futures (DJI Index Futures) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีดาวโจนส์” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส” คือ หนึ่งในประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เอื้อให้นักลงทุนสามารถ “คาดการณ์” มูลค่าของสินทรัพย์ล่วงหน้าในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์

โดย Index futures เป็นการทำข้อตกลงระหว่างเทรดเดอร์ 2 ราย โดยรายหนึ่งเทรดชนะ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเทรดแพ้ ฟังดูเหมือนกับการเล่นพนันเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่มันแตกต่างกันตรงที่ว่า การเทรด Index futures นั้นถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยข้อผูกมัดที่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายเงินให้กับอีกฝ่ายเมื่อวันกำหนดชำระมาถึง

Dow Futures เองก็เป็นอีกหนึ่งประเภทของการเทรดตราสารที่นักลงทุนสามารถใช้ ‘ป้องกัน’ ในที่นี้หมายถึงเทรดเดอร์สามารถใช้รูปแบบการเทรดนี้เป็นประกันในการลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนทั้งหมด โดยการจัดกลุ่มดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเข้ากับตราสารอื่นๆ ในพอร์ต

Index futures ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหรือขายสัญญาได้ จากการคาดการณ์และการประเมินของพวกเขาเองว่ามูลค่าของดัชนีทางการเงินในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไรในวันที่ระบุ ในแง่การเทรด มันก็คือการ ‘คาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคา’

ทำไมต้องเทรด DJI Futures?

ท่านคงสงสัยแล้วว่ามีตราสารให้เลือกเทรดมากมายไปหมด ทำไมต้องเลือกเทรดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สด้วยล่ะ นี่คือ 3 เหตุผลสำคัญ ที่จะช่วยยืนยันว่าดาวโจนส์ฟิวเจอร์สดีต่อพอร์ตการลงทุนของท่านอย่างไร

1. ช่วยลดความเสี่ยง

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วเบื้องต้นว่า สัญญาฟิวเจอร์สจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถป้องกันการลงทุนและช่วยบริหารความเสี่ยงในการลงทุน โดยเมื่อความเสี่ยงในการขาดทุนลดลง ก็จะทำให้ท่านมีเงินทุนสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อทำกำไรให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่อย่าลืมเลือกตราสารเทรดที่เหมาะสม เทรดให้ถูกวิธี และบริหารความเสี่ยงด้วยล่ะครับ

2. ข้อดีของการเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส

การเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส ทำให้นักลงทุนสามารถเพิ่มจำนวนเลเวอเรจ ลดต้นทุนในการเทรด และทำให้ท่านมีในการเทรดมากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเช่น ใช้เวลาพิจารณาและคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคาได้นานยิ่งขึ้น)

3. เทรดดัชนี VS ตราสารเทรดอื่นๆ

ในการเทรดดัชนีฟิวเจอร์ส เช่น DJI ทำให้เทรดเดอร์สามารถลดความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนในตราสารอื่นๆ เพราะมันคือการพิจารณาและคาดการณ์ดัชนีทั้งหมด ซึ่งเป็นการรวบรวมหลากหลายธุรกิจ องค์กร และอื่นๆ อีกมากมาย

ตัวอย่างเช่น ดัชนีดาวโจนส์ ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทมหาชน (หรือที่เรียกว่า บริษัทบลูชิพ) จำนวน 30 บริษัท ที่มีการซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange หรือ NYSE)

บริษัทที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในดัชนีดาวโจนส์ ได้แก่ โคคา-โคลา (Coca-Cola), เอทีแอนด์ที (AT&T), เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil), วอล-มาร์ต (Wal-Mart), ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (Hewlett-Packard) และ ไมโครซอฟท์ (Microsoft)

ในปัจจุบัน แต่ละบริษัทต่างก็ประสบกับมูลค่าราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นและลดลงแตกต่างกันไป แต่มันเป็นไปได้น้อยมากที่ทั้ง 30 บริษัทจะประสบกับความผันผวนของราคาแบบเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากบริษัทต่างๆ ก็อยู่ในอุตสาหกรรมที่ต่างกันออกไป นี่จึงเป็นวิธีที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถป้องกันการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดอย่างรวดเร็ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *