ดอลลาร์แข็งค่า 0.27% ดีดตัวจากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังร่วงลงในช่วงแรก

ดอลลาร์แข็งค่า 0.27% ดีดตัวจากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังร่วงลงในช่วงแรก

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดีดตัวขึ้นในวันนี้จากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งในช่วงแรก

ณ เวลา 00.02 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.27% สู่ระดับ 104.35 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.19% สู่ระดับ 124.65 เยน และร่วงลง 0.15% สู่ระดับ 1.194 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ บวก 0.1% สู่ระดับ 91.88

นักวิเคราะห์ระบุว่า การคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากนายโจ ไบเดนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมทั้งความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ได้ฉุดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงแรก ขณะที่สกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงดีดตัวขึ้น

ทางด้านโมเดอร์นา อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทเตรียมยื่นเรื่องต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในวันนี้ เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉิน หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ยืนยันว่าวัคซีนดังกล่าวมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ 94.1% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19

โมเดอร์นานับเป็นบริษัทยาแห่งที่ 2 ที่ยื่นขออนุมัติการใช้วัคซีนโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินต่อทาง FDA หลังจากที่ไฟเซอร์ อิงค์ได้ยื่นเรื่องก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 พ.ย.

การยื่นขออนุมัติดังกล่าว จะทำให้ชาวอเมริกันได้รับวัคซีนของโมเดอร์นาในเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์

โมเดอร์นาระบุว่า ผลการวิเคราะห์ครั้งใหม่พบว่า จากการทดลองในอาสาสมัครจำนวน 30,000 ราย มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนเพียง 196 ราย โดย 185 รายมาจากกลุ่มที่ได้รับวัคซีนหลอก ส่วนอีก 11 รายมาจากกลุ่มที่ได้รับวัคซีนจริง ส่งผลให้การทดลองดังกล่าวบ่งชี้ประสิทธิภาพของวัคซีนสูงถึง 94.1% ซึ่งสูงกว่าผลวิเคราะห์เบื้องต้นที่ทางบริษัทเปิดเผยเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ระดับ 94%

นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งจะเข้าทำการชี้แจงรายไตรมาสต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้เกี่ยวกับการดำเนินการของเฟดและรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

การชี้แจงดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่นายมนูชินได้ตัดสินใจก่อนหน้านี้ที่จะไม่ต่ออายุโครงการเงินกู้ของเฟดสำหรับการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 วงเงิน 4.55 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค.

ทั้งนี้ นายมนูชินได้ส่งจดหมายถึงนายพาวเวล โดยระบุว่า เม็ดเงินจำนวน 4.55 แสนล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้กับกระทรวงการคลังภายใต้กฎหมาย CARES Act เมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลินั้น เงินส่วนใหญ่ดังกล่าวได้ถูกจัดสรรให้กับเฟดเพื่อใช้ในโครงการปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจ องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร และรัฐบาลท้องถิ่น แต่กระทรวงการคลังได้ตัดสินใจไม่ต่ออายุโครงการเงินกู้ของเฟด เฟดจึงควรคืนเงินที่ไม่ได้ใช้ให้กับสภาคองเกรสเพื่อนำไปใช้ในด้านอื่นๆ ต่อไป ufa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *