(30 พ.ย.-4 ธ.ค.) เดาทางตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 3.49% กับปมร้อนบ้านพัก “บิ๊กตู่”

Weekly Highlight (30 พ.ย.-4 ธ.ค.) เดาทางตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 3.49% กับปมร้อนบ้านพัก “บิ๊กตู่”

“Weekly Highlight” สัปดาห์นี้ (30 พ.ย.-4 ธ.ค.) มาเจาะลึกกับข่าวสารสำคัญ ในรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563

เริ่มต้นกับการสรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่แล้ว (23-27 พ.ย.) SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,437.78 จุด เพิ่มขึ้น 3.49% จากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 18.39% รองลงมาคือกลุ่มพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.98% และสุดท้ายคือกลุ่มปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 4.92%

สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีฯสามารถพลิกกลับมายืนเหนือ 1,400 จุดอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนจากแรงซื้อสุทธิของกลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติที่ปรับพอร์ตกระจายเม็ดเงินเข้ามาในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลเชิงสถิติของนักวิเคราะห์ที่พบว่าตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนมาถึงปัจจุบันกลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 13,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (MTD) ขณะที่ตลาดหุ้นไทยก็ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติเช่นกัน ด้วยมูลค่าซื้อสุทธิมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท สูงสุดรอบ 10 ปี 2 เดือน

แม้ว่าระยะสั้นความเชื่อมั่นผู้ลงทุนจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ด้วยปัจจัยเสี่ยงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจเป็นตัวแปรเชิงลบบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะประเด็นร้อนที่นักวิเคราะห์ต่างเฝ้าระวัง คือ กรณีศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมนัดลงมติวินิจฉัยคดีบ้านพักหลวงของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมในวันพุธที่ 2 ธันวาคมนี้ ว่าจะเข้าข่ายเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและนำไปสู่การพ้นสภาพจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาหรือไม่ ??

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินภาพรวมของ SET INDEX ในสัปดาห์นี้ คงต้องขึ้นอยู่ตัวแปรผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ โดยเบื้องต้นประเมินผลกระทบไว้ 2 กรณีคือหากสถานการณ์การเมืองในประเทศไม่มีเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวดัชนีฯแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน 1,450-1,470 จุด และวางกรอบแนวรับสำคัญที่ 1,400 จุด แต่ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีโอกาสสูงที่ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญกับแรงขายระลอกใหม่ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ต้องติดตามผลของศาลฯในวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก แต่กรณีเลวร้ายเกิดผลต้องนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมองเป็นลบกับตลาดหุ้นไทย ผู้ลงทุนมองว่าจะเกิดเป็นสูญญากาศทางการเมืองอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก็มองเป็นแค่ผลกระทบบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น คงต้องติดตามต่อว่ามีใครเข้ามาแทน ซึ่งกรณีหากมาแทนแต่ชื่อชั้นไม่ได้เป็นที่ยอมรับหรือเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน น่าจะกระทบบรรยากาศเชิงลบเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่ยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์คาดเดายาก คงต้องรอมาวิเคราะห์กันอีกครั้งเมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนแล้ว ufabet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *